Skip to main content
Loading...

          กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (วท.กห.) เป็นหน่วยงานหนึ่งของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.) ตั้งแต่ ๑ เม.ย.๕๒ เป็นต้นไป ตามอัตราเฉพาะกิจ หมายเลข ๐๙๐๐ มีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็น วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับการ และดำเนินการเกี่ยวกับกิจการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศของกระทรวงกลาโหม และปฏิบัติงานอื่น
ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมี เจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (จก.วท.กห.) เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

กว่าจะเป็น วท.กห.

          วท.กห. เป็นหน่วยงานหนึ่งใน สป. ที่มีประวัติมายาวนานกว่า ๕๐ ปี รวมเวลาก่อนที่จะเข้ามาอยู่ใน สป. โดยแบ่งได้ ๔ ระยะ กล่าวคือ

ระยะแรกก่อนปี พ.ศ.๒๕๓๔ ศวจ.บก.ทหารสูงสุด
          กรมการศึกษาวิจัย กองบัญชาการทหารสูงสุด (ศวจ.บก.ทหารสูงสุด) จะเป็นหน่วยหลักในการควบคุม กำกับดูแลการบริหารงานวิจัยและพัฒนาการทหารของ กห. โดยเน้นการรวมการด้านนโยบายและงบประมาณการวิจัยไว้ที่ บก.ทหารสูงสุด แยกการปฏิบัติไปตามเหล่าทัพ และดำเนินการเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๙ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี (นรม.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม    (รมว.กห.) ท่านได้มีนโยบายซึ่งเป็นแนวความคิดตามสภาพแวดล้อม และการมีวิสัยทัศน์ของท่านที่กล่าวไว้ว่า "วันหนึ่งข้างหน้า รมว.กห. อาจมาจากพลเรือนไม่ต้องเป็นทหาร ดั่งเช่นประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลาย กห.จำเป็นต้องมี กรมฝ่ายอำนวยการด้านการวิจัยและพัฒนาการทหารของกองทัพ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องต่าง ๆ ของทหารด้านนี้ได้มากพอที่จะนำไปชี้แจงในสภาหรือเจรจากับต่างประเทศได้เป็นอย่างดี"
          จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๐ พลอากาศเอก พะเนียง กานตรัตน์ ดำรงตำแหน่งเป็น รมว.กห. ท่านได้มองเห็นความสำคัญและคุณค่าการวิจัยและพัฒนาการทหาร ต่อการพัฒนากองทัพ
และยึดแนวทางตามนโยบายของ พลเอกเปรมฯ จึงสั่งการให้มีการยกระดับการรวมการทั้งนโยบาย และงบประมาณการวิจัยไว้ที่ ระดับกระทรวงกลาโหม และแยกการปฏิบัติการวิจัยไปตามเหล่าทัพ
และมีการจัดตั้งคณะกรรมการวิจัยและพัฒนา การทหารกระทรวงกลาโหม (กวพท.กห.) เพื่อทำหน้าที่กำหนด นโยบาย ให้ความเห็นชอบโครงการ กำกับดูแลการ ดำเนินงานวิจัย เมื่อวันที่ ๒๑ พ.ย.๒๕๓๑ โดยคณะ กวพท.กห. จะประกอบด้วย  ประธาน กวพท.กห. คือ รองปลัดกระทรวงกลาโหมสายงานยุทธการ (รอง ปล.กห. สายงานยุทธการ) ส่วนคณะกรรมการประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและการบริหารงานวิจัย และมีผู้อำนวยการกองวิทยาการ กรมการศึกษาวิจัย กองบัญชาการทหารสูงสุด (ผอ.กวก.ศวจ.บก.ทหารสูงสุด)  เป็นเลขานุการ

ระยะที่ ๒ พ.ศ.๒๕๓๔ – ๒๕๕๐ สวพ.กห.
          กวพท.กห. ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยได้รวบรวมทรัพยากรทางการวิจัยที่มีอยู่จำกัดเข้าด้วยกัน เพื่อสนองนโยบายรวมการด้านการวิจัยและงบประมาณการวิจัยของ กห.  และดำเนินการจนถึงปี พ.ศ.๒๕๓๒ กวพท.กห. ได้พิจารณาเห็นว่า การจะบริหารงานวิจัยของ กห. ให้บรรลุนโยบายที่ตั้งไว้นั้น มีขอบเขตการบริหารงานค่อนข้างกว้างเกินกว่าที่จะดำเนินงานได้โดยคณะกรรมการ และเห็นว่า กวพท.กห. ยังไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลการบริหารจัดการ งานวิจัยให้เกิดประสิทธิภาพได้ เพราะคณะกรรมการแต่ละท่านมีภารกิจหน้าที่อื่นเต็มมืออยู่แล้ว จึงเสนอให้ตั้งหน่วยงานปกติขึ้น ทำหน้าที่เป็นกรมฝ่ายอำนวยการระดับ กห.ขึ้น  โดยให้ดำเนินการเรื่องนี้และอยู่ในความควบคุมกำกับดูแลของ กวพท.กห. ดังนั้นงานวิจัยและพัฒนาการทหาร จึงยกระดับจาก บก.ทหารสูงสุด ไปที่ สป. จัดตั้งหน่วยงานใหม่ที่ดำเนินการเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาการทหาร ตามคำสั่ง สป. (เฉพาะ) ที่ ๒๗/๓๔ ลง ๑๒ ก.พ.๒๕๓๔ จัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบงานวิจัยและพัฒนาการทหารขึ้น ชื่อว่า “สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม” (สวพ.กห.) ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Defence Research and Development Office (DRDO) เพื่อทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของ กวพท.กห.  ดังนั้น สวพ.กห. จึงได้ยึดถือวันที่ ๑๒  กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันสถาปนาหน่วย นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นอกจากกำกับดูแลงานด้านการวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหมแล้ว ในปี ๒๕๔๘ สวพ.กห. ได้รับมอบภารกิจเพิ่มเติมในการกำกับดูแลงานด้านมาตรฐานยุทโธปกรณ์ของ กห. มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นอีกชุดหนึ่ง และให้ สวพ.กห. ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ  โดยคณะกรรมการชุดนี้ใช้ชื่อว่า “คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์ กระทรวงกลาโหม หรือ กมย.กห.”
สวพ.กห. เป็นหน่วยงานเทียบเท่ากรม มีผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม (ผอ.สวพ.กห.) อัตราพลโท พลเรือโท  หรือ พลอากาศโท เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่ง ใน สวพ.กห. ท่านแรก มีดังนี้
          ผู้อำนวยการ (ผอ.สวพ.กห.)                  : พลโท นิยม ณ ป้อมเพชร์            
          รองผู้อำนวยการ  (รอง ผอ.สวพ.กห.)       : พลเรือตรี สำราญ ผลเจริญสุข
          ผู้ช่วยผู้อำนวยการ  (ผช.ผอ.สวพ.กห.)      : พลอากาศตรี สุภา  ศรีรักษ์

ระยะที่ ๓ พ.ศ.๒๕๕๐ - ๒๕๕๒ สวท.กห.
          นับตั้งแต่ได้มีการจัดตั้ง สวพ.กห. ขึ้นเมื่อ ๑๒ ก.พ.๒๕๓๔ ในระยะเวลาเกือบ ๑๐ ปี งานวิจัยและพัฒนาการทหาร เกิดการรวมการด้านนโยบายและงบประมาณการวิจัยของ กห.อย่างแท้จริง
จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๒  กห. ได้ก้าวเข้ามาถึงจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญ ในการที่จะต้องเร่งพัฒนาให้งานวิจัยและพัฒนาการทหารเป็นตัวชี้แนวทาง และความสำเร็จของการป้องกันประเทศในอนาคต
ตามมาตรฐานสากล สอดคล้องกับโลกยุคโลกาภิวัตน์ ที่เน้นทุกสิ่งทุกอย่างต้องจิ๋วแต่แจ๋ว ตามนโยบายของ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีต นรม.และ รมว.กห. นโยบายการปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานภาครัฐของ พันตำรวจโท ทักษิณ  ชินวัตร อดีต นรม. ทำให้ทุกองคาพยพของหน่วยงานภาครัฐ ต้องทำการปรับเปลี่ยนกระบวนการบริหารงาน ปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงาน บางหน่วยถูกยุบรวม
บางหน่วยงานปรับเปลี่ยนจากงานภาครัฐ (รัฐวิสาหกิจ) สู่ภาคเอกชน เกิดองค์กรมหาชนขึ้นหลายองค์กร สวพ.กห. ก็เป็นหน่วยหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจำเป็นต้องปรับองคาพยพใหม่ ทั้งนี้ สวพ.กห.ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเพื่อทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้างหน่วยงาน และหาแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อรองรับงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ งานวิจัยและพัฒนาการทหาร
งานการมาตรฐานยุทโธปกรณ์ ของ กห.
          ในห้วงดังกล่าว กห. ก็ได้ทำการศึกษาความเหมาะสมและเริ่มดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างภายใน กห. จนกระทั่งเมื่อปี ๒๕๕๐ ได้จัดทำแผนแม่บทการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๕๐ ซึ่งตามแผนเม่บทดังกล่าว ในส่วนของ สป. จะต้องรับโอนหน่วยงาน ๒ หน่วยงาน จาก บก.ทหารสูงสุด คึอ  กรมการสรรพกำลังทหาร (กกส.ทหาร บก.ทหารสูงสุด) และ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการทหาร (ศวพท.บก.ทหารสูงสุด) ซึ่ง ศวพท.บก.ทหารสูงสุด จะเข้ามาเป็นหน่วยปฏิบัติการทางการวิจัย  โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สวพ.กห.  ขณะนั้น สวพ.กห. อยู่ระหว่างการดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานใหม่เพื่อให้สอดคล้องและครอบคลุมกับภารกิจที่ต้องรองรับงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ งานวิจัยและพัฒนาการทหาร งานการมาตรฐานยุทโธปกรณ์ ของ กห. และการรับโอนหน่วยงานเข้ามาเป็นส่วนปฏิบัติการวิจัยใน สป. ดังนั้นจึงปรับชื่อหน่วยจาก สวพ.กห. เป็น “สำนักวิทยาศาสตร์และเทศโนโลยีกลาโหม” (สวท.กห.) ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Defence Science and Technology Organization (DSTO) แต่ทำให้โครงสร้างการจัดของ สวท.กห. ยังเป็นโครงสร้างเดิมของ สวพ.กห. ทำให้ยังคงภารกิจและชื่อหน่วยงานคงเดิมก่อน
ส่วน ศวพท.บก.ทหารสูงสุด ที่รับโอนเข้ามา ก็ยังคงใช้ชื่อเดิมและมีอัตราแยกต่างหาก และใช้ชื่อหน่วยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนาการทหาร สำนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (ศวพท.สวท.กห.) 
          สวท.กห. เป็นหน่วยงานเทียบเท่ากรม มีผู้อำนวยการสำนักวิทยาศาสตร์และเทศโนโลยีกลาโหม (ผอ.สวท.กห.) อัตราพลโท     พลเรือโท หรือพลอากาศโท เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
โดยมีผู้ดำรงตำแหน่งใน สวท.กห. ท่านแรก ดังนี้
          ผู้อำนวยการ  (ผอ.สวท.กห.)                    : พลโท อภิชาติ   ทิมสุวรรณ        
          รองผู้อำนวยการ ๑ (รอง ผอ.สวท.กห.(๑))    : พลตรี ฐิตินันท์  ธัญญะสิริ
          รองผู้อำนวยการ ๒ (รอง ผอ.สวท.กห.(๒))    : พลตรี เรืองปัญญา  โคปาละสุต
          นักวิชาการพิเศษ  (นวพ.สวท.กห.)             : พลตรี จิระชัย  เกียรติประจักษ์ และ พลอากาศตรี สมเดช  อุดมศิลป์
          ผู้บัญชาการศูนย์วิจัยและพัฒนาการทหาร  สำนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม  
          (ผบ.ศวพท.สวท.กห.)                             : พลตรี ดำรง  อุณหะบุตร

ระยะที่ ๔ พ.ศ.๒๕๕๒ - ปัจจุบัน วท.กห.
          จากแผนแม่บทการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๕๐ ได้กำหนดให้มีการพัฒนาระบบงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศของ กห.ซึ่งประกอบด้วย งานวิจัยและพัฒนา การพัฒนากำลังพล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการมาตรฐานทางทหาร ทำให้มีขอบเขตงานที่เพิ่มขึ้นจากที่บริหารจัดการอยู่เดิม จึงจำเป็นต้องจัดโครงสร้างหน่วยขึ้นรองรับใหม่ที่เหมาะสม จึงได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๕๒ โดยให้แบ่งส่วนราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเป็น ๑๒ ส่วนราชการ และ “กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม ” (วท.กห.) ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Defence Science and Technology Department (DSTD)  เป็นส่วนราชการหนึ่งของ สป. โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ ๑ เมษายน ๒๕๕๒ เป็นต้นไป
          วท.กห. เป็นหน่วยงานระดับกรม มีเจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทศโนโลยีลาโหม (จก.วท.กห.) อัตราพลโท พลเรือโท หรือพลอากาศโท เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ โดยมี ผู้ดำรงตำแหน่งใน วท.กห. ท่านแรก ดังนี้
          เจ้ากรม  (จก.วท.กห.)                              : พลโท อดิศร  สุวรรณตรา            
          รองเจ้ากรม ๑ (รอง จก.วท.กห. (๑))             : พลตรี เรืองปัญญา  โคปาละสุต
          รองเจ้ากรม ๒ (รอง จก.วท.กห. (๒))             : พลอากาศตรี ธวัช สงวนทรัพย์
          นักวิชาการพิเศษ (นวพ.วท.กห.)                  : พลอากาศตรี สมเดช  อุดมศิลป์
          ผู้อำนวยการสำนักนโยบายนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
          (ผอ.สนป.วท.กห.)                                   : พลตรี จิระชัย  เกียรติประจักษ์
          ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม  
          (ผอ.ศวพท.วท.กห.)                                  : พลอากาศตรี วันชัย  โตสุวรรณ

          โครงสร้างการจัด วท.กห. จะแตกต่างจาก  สวท.กห. กล่าวคือ สวท.กห.   ประกอบด้วย ๕ กอง – ๑ สำนักงาน – ๑ ศูนย์  วท.กห. ประกอบด้วย ๑ สำนัก (๓ กอง) – ๔ กอง – ๑ สำนักงาน – ๑ ศูนย์ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
           สวท.กห. ประกอบด้วย ๕ กอง คือ กองนโยบายและแผน (กนผ.สวท.กห.) กองงบประมาณ (กงป.สวท.กห.) กองส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา (กสว.สวท.กห.) กองวิเคราะห์และประเมินผลโครงการ (กวป.สวท.กห.) และ กองกลาง (กลาง.วท.กห.) ๑ สำนักงาน คือ  สำนักงานการเงิน (สกง.สวท.กห.)  และ ๑ ศูนย์ คือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการทหาร (ศวพท.สวท.กห.) ซึ่งศูนย์จะมีอัตราแยกต่างหากจาก สวท.กห.

          วท.กห. ประกอบด้วย
            ๑.๑.๑  สำนักนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สนป.วท.กห.) มี นขต.สนป.วท.กห.
จำนวน ๓ กอง ได้แก่ กองนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (กนว.สนป.วท.กห.), กองสารสนเทศ (กสท.สนป.วท.กห.)และ กองภาษาและพัฒนาบุคลากร (กภบ.สนป.วท.กห.)
           ๑.๑.๒ สำนักมาตรฐานทางทหาร (สมท.วท.กห.) มี นขต.สมท.วท.กห. จำนวน ๓ กอง ได้แก่
กองมาตรฐานทางทหาร (กมท.สมท.วท.กห.), กองตรวจสอบและประเมินมาตรฐานทางทหาร (กตป.สมท.วท.กห.) และ กองทดสอบและรับรองมาตรฐานทางทหาร (กทร.สมท.วท.กห.)
           ๑.๑.๓  กองแผนและบริหารจัดการ (กผบ.วท.กห.)
           ๑.๑.๔  กองโครงการและงบประมาณ (กคง.วท.กห.)
           ๑.๑.๕  กองส่งเสริมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (กสว.วท.กห.)
           ๑.๑.๖  กองกลาง (กลาง.วท.กห.)
           ๑.๑.๗  สำนักงานงบประมาณ (สง.งป.วท.กห.)
           ๑.๑.๘  สำนักงานการเงิน (สกง.วท.กห.)
           ๑.๑.๙  ศูนย์วิจัยและพัฒนาการทหาร (ศวพท.วท.กห.) มี นขต.ศวพท.วท.กห. จำนวน ๓ กอง ได้แก่ กองวิจัยและพัฒนาหลักการ. (กวล.ศวพท.วท.กห.), กองวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ (กวย.ศวพท.วท.กห.) และ กองวิจัยและพัฒนาการสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ (กสอ.ศวพท.วท.กห.)
 

ในการจัดตั้ง สนป.วท.กห. ขึ้น มีจุดประสงค์ดังนี้
          *  เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ กห. ในระยะกลางและระยะยาว ซึ่งเดิมยังไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบทำให้ทิศทางการดำเนินงานด้านนี้ของ กห. ไม่มีความชัดเจนมากนัก โดยกำหนดให้ กนว.สนป.วท.กห. เป็นหน่วยรับผิดชอบดำเนินการ
          *  เพื่อทำหน้าที่ในการกำหนด/รับรองมาตรฐาน หรือคุณภาพยุทโธปกรณ์สำหรับยุทโธปกรณ์ ซึ่งมีความจำเป็นและเหมาะสมที่จะกำหนดเป็นยุทโธปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งเดิมยังไม่มีหน่วยงานรองรับในระดับ กห. โดยกำหนดให้ กมท.สนป.วท.กห. เป็นหน่วยรับผิดชอบดำเนินการ 
          *  เพื่อทำหน้าที่ดำเนินการด้านฐานข้อมูลการวิจัยพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งการเชื่อมโยงเครือข่ายสารสนเทศด้านนี้กับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเดิมไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบ ในขณะที่มีความจำเป็นทั้งการบริหารจัดการและการดำเนินงานของหน่วย โดยกำหนดให้ กสท.สนป.วท.กห. เป็นหน่วยรับผิดชอบดำเนินการ

          การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการจัดจาก สวพ.กห. เป็น สวท.กห. จนกลายเป็น วท.กห. ในปัจจุบัน เป็นไปตามแผนแม่บทการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๕๐ ซึ่งได้มีการศึกษาวิเคราะห์ถึงความเหมาะสมมาแล้ว โดยเฉพาะการกำหนดให้มีหน่วยรับผิดชอบ การกำหนดนโยบายด้านการวิจัยพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ กห. ในระยะกลางและระยะยาว ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการงานการวิจัยพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ กห. มีกรอบแนวทางและทิศทางที่มีความชัดเจนมากขึ้น และสอดรับกับการบริหารจัดการภาครัฐยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นให้ส่วนราชการบริหารจัดการภายใต้กรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ นอกจากนั้นยังได้กำหนดหน้าที่ให้กองงานต่าง ๆ ของ วท.กห. มีภารกิจที่ครอบคลุม การพัฒนาระบบงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศของ กห. ซึ่งได้แก่ การวิจัยและพัฒนาทางทหาร การพัฒนากำลังพล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการมาตรฐานทางทหาร ซึ่งจะได้มีการพัฒนาในแต่ละเรื่องอย่างเป็นระบบต่อไป
          
         ปัจจุบัน (พ.ศ.๒๕๖๒) วท.กห. ได้ปรับปรุงโครงสร้างการจัดและอัตรากำลังพล ให้มีความเหมาะสมกับภาระงานในความรับผิดชอบและสามารถรองรับการปฏิบัติงานในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

         ๑. สำนักนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สนป.วท.กห.) แบ่งส่วนราชการออกเป็น 
             ๑.๑ กองนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (กนว.สนป.วท.กห.)
             ๑.๒ กองบริหารงานวิจัย (กบว.สนป.วท.กห.)
             ๑.๓ กองส่งเสริมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (กสว.สนป.วท.กห.)

         ๒. ศูนย์วิจัยและพัฒนาการทหาร แบ่งส่วนราชการออกเป็น 
             ๒.๑ กองวิจัยและพัฒนาด้านการดำรงสภาพและเพิ่มประสิทธิภาพ (กจภ.ศวพท.วท.กห.)
             ๒.๒ กองสนับสนุนการวิจัย (กนจ.ศวพท.วท.กห.)
             ๒.๓ กองวิจัยและพัฒนาด้านสงครามยุคใหม่ (กจค.ศวพท.วท.กห.)

         ๓. สำนักมาตรฐานทางทหาร (สมท.วท.กห.) แบ่งส่วนราชาการออกเป็น
             ๓.๑ กองแผนและบริหารงานมาตรฐานทางทหาร (กผม.สมท.วท.กห.)
             ๓.๒ กองกำหนดมาตรฐานทางทหาร (กกฐ.สมท.วท.กห.)
             ๓.๓ กองตรวจและทดสอบมาตรฐานทางทหาร (กตทส.สมท.วท.กห.)

         ๔. กองแผนและโครงการ (กผค.วท.กห.)

         ๕. กองกลาง (กลาง วท.กห.)

         ๖. สำนักงานการเงิน (สกง.วท.กห.)

         ๗. สำนักงานงบประมาณ (สง.งป.วท.กห.)